บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก กันยายน, 2018

***** ว่างด้วยความเข้าใจ ว่างด้วยอัตตามันยังหนัก ****

รูปภาพ
ขอสาธุคุณให้มีแต่ความสุขความเจริญ ว่างด้วยอัตตา กับ ว่างด้วยความเข้าใจ ว่ามันเป็นของมันเช่นนั้นเองนี่ มันแตกต่างกัน ว่างด้วยอัตตานี่ มันเป็นเจ้าของว่าง มันเป็นเจ้าของความคิดว่าตนนั้นว่าง เป็นการสร้างตัวตนขึ้นมาให้ว่าง จากการเรียนรู้มาก็ดี จากการฟังมาก็ดี จากความเข้าใจว่าเช่นนี้ คือ ความว่างก็ดี ว่างอย่างนี้ เป็นการว่างด้วยตัวตนที่ไม่เรียกว่าว่าง ความว่างที่เข้าใจว่า มันเป็นของมันเช่นนั้นเองนี่ มันเป็นความว่างจากการ อันมีเหตุมาจากการมีสติ โยนิโส มันว่างไปตามลำดับแห่งภูมิกำลังของปัญญา มันว่างเพราะความเข้าใจ และที่สำคัญ...มันว่างในสิ่งที่มี ไม่ใช่ว่างจากสิ่งที่ไม่มี ดั่งเช่นที่เราเข้าใจ เรานั่งมองไปยังท้องฟ้าที่สวยงาม เห็นเมฆหมอกสีขาว ตระการตา ตรงโน่นทิวเขาเขียวสวยนักหนา มองเห็นปลาว่ายไปตามผืนน้ำ แต่..ไอ้ห่า เสาของศาลานี่มันเสือกมาบดบังขวางภาพ ธรรมชาติที่แสนสวย เอามันออกไปซะดีกว่า มันจะได้ไม่กีดขวางการมอง อันแสนสุนทรีย์จากมุมที่นั่งมองอยู่นี่ นี่...ความไม่ว่างจากอารมณ์อันเนื่องด้วยเหตุแห่ง เสาศาลา มันดันเกิด มันเกิดเพราะไปขวางภาพธรรมชาติที่น่าไหลห...

**** วิบากการเกิดเป็นสัตว์ *****

รูปภาพ
เรามาคุยถึงเรื่องสัตว์มั้งดีกว่า สัตว์ตัวต้วมเตี้ยมที่เรียกว่าเต่า วันนี้เขาจะส่งเต่ามา... ไม่อยากตัดสินใจอะไรนาน สั่งเลยไม๊ซักสองสามตัวมาเลี้ยงให้เด็กๆได้ใกล้ชิดกัน ข้าเองนี่อยู่ไม่นาน หากเอาเล็กๆมาเลี้ยง กว่ามันจะโตข้าคงตายก่อน หาใหญ่ๆมาเลยดีกว่า เมืองไทยใครมีเต่าใหญ่ๆมั้งก็ไม่รู้ การได้อยู่ใกล้ชิดสัตว์ โดยเฉพาะเด็กๆ แม้แต่ผู้ใหญ่เองก็เหอะ มันทำให้ใจเราได้ผ่อนคลาย มันเกิดการเอื้อเฟื้อ แบ่งปัน เกิด เมตตา กรุณา อันเป็นธารน้ำใจน้อยๆ เป็นบ่อเกิดขึ้นในใจเจ้าของได้ สมัยหนึ่ง... พระพุทธเจ้า นี่เคยเกิดเป็นพญาเต่า ที่จริงก็เป็นเต่าธรรมดานี่แหละ แต่ถ้าเป็นพระพุทธเจ้า ต้องพญาเต่าเผือก อะไรอย่างนี้ องค์ คุลีมานนี่ ก็เคยเกิดเป็นเต่าใหญ่ ได้ช่วยพวกเรืออัปปางขึ้นฝั่ง ช่วยเสร็จ พวกที่รอดมันหิว มันก็เลยจับเต่าที่ช่วยมันไว้แดกซะเลย นี่..เขาว่าแก้กันมา ว่าทำไม องค์ คุลีมาน ถึงได้ฆ่าคนมากมายแต่ก็ได้เป็นพระอรหันต์ ข้าก็เคยเกิดเป็นเต่า... เกิดเป็นเต่านา ตอนเป็นเต่านี่ โดนไฟครอกตาย หนีอย่างทุรนทุรายก็ไม่พ้น ไฟมันล้อม ตอนทำสมาธิ ตัวนี่ร้อนไปหมด ทั้งๆ ที่เป็นมโนระลึกถึง แต่เมื่ออ...

****** ทุกข์ใจเพราะเขา หรือเราเป็นเอง *****

รูปภาพ
ขอสาธุคุณให้พบแต่ความสุขความเจริญ... ได้คุยกับเพื่อนคนหนึ่งที่เขาทุกข์ใจ ที่หลานเขาเป็น ออทิสติก ความกังวลใจที่หลานเขาเป็นคนมีสมาธิสั้น ไม่พูดกับใคร นี่อายุเขาก็ 10 ขวบแล้ว เขาทุกข์ใจ เขาจะทำอย่างไรดี...นี่เป็นคำถาม จึงได้อธิบายให้ฟังเพื่อให้คลายความกังวลใจว่า หลานของเขา ใช่ว่า เขาจะเป็นอย่างที่เราทุกข์ใจและ ยัดเยียดให้เขา ข้าเองสมัยหนึ่งก็เป็นคนสมาธิสั้น เป็นคนไม่พูด ยุคนี้เรียกว่า ออทิสติก นี่เป็นการนั่งฝันและสอดส่องลงไปในฝันนะ ไม่ใช่อัตภาพนี้ การเป็นเด็กออทิสติก มันก็มีความสุขตามอัตภาพของ เด็กออทิสติก เขาไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไรดั่งเรายัดเยียดให้เขา ผู้ทุกข์ร้อนใจมันไม่ใช่เขาที่เป็น แต่เป็นคนที่รักเขานี่แหละเสือกเป็น ที่บอกว่ามีสมาธิสั้นนี่ ก็พูดคิดเห็นกันไปเรื่อย เด็กออทิสติกนี่ สมาธิหนาแน่นกว่าคนปกติทั่วไป การที่เขาไม่สนใจอะไรเป็นพิเศษ ไม่ใช่เพราะเขาไม่มีสมาธิ หรือสมาธิสั้น เป็นเพราะเขามีสมาธิมากไปที่จะไปสนใจอะไรที่คนทั่วไป เขาสนใจซะมากกว่า ที่พูดเช่นนี้ เพราะข้าเองก็เคยเป็น แม้จะนั่งฝันว่าเป็นก็เหอะ.. เหตุที่เป็นออทิสติกนี่ เป็นวิบากของเมาสุรา ...

***** ฆ่า ด้วยความหวังดี เป็นบาปไหม ******

รูปภาพ
หลายคำถามที่ถามมา ข้าจะขอตอบให้ตามภูมิธรรม การตอบนี้ไม่ได้ไปวินิจฉัยด้วยเหตุ ด้วยผลของตนเอง เราว่าไปตามกระแสแห่งธรรมที่มันมี ผลแห่งวิบากอัน เกิดจากการกระทำ ซึ่งมันอาจจะลึกซึ้งลงไปหน่อย แต่เราก็สามารถตามรู้ได้เช่นกัน ______ << Panisara Atchayasawat: พระอาจารย์เจ้าค่ะ ลูกฟ้าเลี้ยงมา14 ปีกว่าเจ้าค่ะ ก่อนเขาจะไปหมอบอก ว่าเค้าจะมีอาการทางสมองนะ รอให้เขาไปเอง ฟ้าก็ถามอาการ พอเค้าเป็นแบบที่หมอบอก ฟ้าก็สงสาร ไม่รู้จะช่วยไง ถามหมอๆบอกรอได้อย่างเดียว ฉีดยาให้น้ำเกลือก็ทำไรไม่ได้ เขาไปอยู่ดีค่ะ เค้าทรมานค่ะ เดินไปเดินมาทั้งคืน แล้วล้ม แล้วกระตุก แล้วคราง ฟ้าก็บอกเค้าว่าหนูไปเถิดแม่ไม่รั้งหนู หนูจะได้ไม่ทรมาน ฟ้าก็สวดมนต์ให้เค้าฟัง เค้าก็นิ่งไปเป็นพักๆจนเช้า ฟ้าเห็นเค้าไม่ค่อยมีแรงแล้ว ฟ้าเลยสวดมนต์ให้ เค้าฟัง แล้วบอกเค้าว่าหนูอยากไป แม่สวดมนต์ให้ฟังแล้ว หนูไปเกิดภพภูมิใหม่นะลูก พอฟ้าสวดมนต์จบ ฟ้าดูเค้าอยู่ตลอดจับมือเค้าด้วย แล้วเค้าก็ไปค่ะ ฟ้าบาปไหมค่ะไม่พาเค้าไปหาหมอ เพราะว่าฟ้าคุยกับหมอแล้วเรื่องอาการของเค้า ฟ้าอยู่ลพบุรี แต่ลูกฟ้าหา หมอโรงพยาบาลเอกชนรักษา 2...

***** เรา…แค่ครั้งเดียว *****

รูปภาพ
เมื่อคืนได้คุยกันหนุกๆ ถึงเรื่องความเป็นเรา จึงนำลงให้อ่านเล่นกันหนุกๆ ลอยกระทงกันหนุกไหม เมื่อคืนนี้ มีผีมาหา ประมาณซักตีสองกว่าๆ ข้าแผ่กุศลจิตให้ก็หายไป แต่สัญญาว่านี่ผี ข้าก็ยังกลัวอยู่ และไม่กลัวก็อยู่ในกลัวนั้น  ข้ารู้สึกเยือกขึ้นมาเล็กน้ อย ลืมตาขึ้นมา รอบข้างข้าสว่างมาก เพราะพระจันทร์เต็มดวง เมื่อมองไปรอบๆ ก็รู้สึกถึงความโดดเดี่ยวที ่ลืมเลือนมันไปแล้ว ในที่นี้ไม่มีใคร วันหนึ่ง เราก็ต้องจากไกลไปคนเดียวเห มือนๆกัน ต่างคนก็ต้องต่างแยกกันไป ต่างคนก็ต่างแยกกันไป อยู่กันอย่างโดดเดี่ยวไร้ผู ้คนเหมือนๆกัน ต้องจากเพื่อน จากคนที่เรารัก จากคนที่รู้จัก อยู่โดดเดี่ยวไม่มีใคร หากเกิดอีก ก็ต้องไปสร้างเพื่อน สร้างคนรู้จักใหม่อีก แล้วเราก็ต้องจากเพื่อนจากค นรู้จักเหล่านั้นอีก เกิดมาสร้างเพื่อจากแท้ๆ ชีวิตเกิดดับมันเป็นไปเช่นน ี้ เพื่อรอให้ถึงที่สุดของที่ห มาย แล้วที่หมายนั้น มันอยู่ไหน ไม่คิดกันมั่งหรือ ว่ามันเลื่อนลอย และไร้ความหมาย เราจะต้องรอไปอีกกี่ชาติ ในเมื่อที่หมายที่เรารอ… ม ันไม่มี เราจะไปรออะไรอีก ในเมื่อเรามีกายที่เป็นเครื ่องมือพร้อมอยู่แล้วนี้ ทำให้เกิดขึ...

***** จริงหรือ…พุทธศาสนามี 5,000 ปี ตอนที่ 3 *****

รูปภาพ
วันนี้เรามาโม้กันต่อ ….ถึงไหนแล้วหนอ อ้อ….กลุ่มอรรถาจารย์ เขาให้นิยามคำว่า “ นยัตถะ ” คือ คำที่ต้องมีการอธิบาย และพวกท่านกลุ่มแรก  ก็ได้อธิบายเหตุแห่ง 1,000 ปีไปแล้ว อีกกลุ่มหนึ่ง กลับแย้งว่า ไม่ใช่อย่างนั้น แล้วท่านก็สาธยายออกบอกมาว่ า.. 1,000 ปีแรก นั้นใช่อยู่  มีความเหตุด้วย ว่าช่วง 1,000 ปีแรกนั้น พระสัจธรรมเกิดขึ้นทำให้บร รลุธรรมในขั้น อรหันต์ปฏิสัมฏิทาญาณ แต่อีก 1,000 ปีหลัง ไม่ใช่จะมีแค่ พระอรหันต์ สุขวิปัสสโกหรอก ไม่ใช่อย่างนั้น…..นี่ อีกกลุ่มหนึ่งแย้งมา ช่วง 1,000 ปีที่สอง จะมีพระอรหันต์ ที่เป็นได้แค่พระอรหันต์ ฉฬภิญโญ หรือพวก อภิญญา ที่สำเร็จด้วยฌาณสมาบัติ แต่ไม่มีปฏิสัมฏิทาญาณอย่าง  1,000 ปีแรก เมื่อมาถึง 1,000 ปีที่สาม หรือที่พวกเรากำลังมีชีวิตอ ยู่ตอนนี้ จะมีแค่พระอรหันต์ เตวิชโช หรือ ประเภท วิชาสาม ไม่มี ปฏิสัมภิทาญาณ และ ฉฬภิญโญ อีกแล้ว เมื่อถึง 1,000 ปีที่สี่ ถึงจะเหลือแค่พระอรหันต์ สุขวิปัสสโก นี่…ท่านว่ามาอย่างนี้ 1,000 ปีที่ห้า พระอรหันต์ จะไม่มีแล้ว จะเหลือแค่พระอริยเจ้า ขั้น อนาคามี เป็นอย่างสูง 1,000 ปีที่หก ก็จะเหลือแค่ พระ...

***** จริงหรือ…พุทธศาสนามี 5,000 ปี ตอนที่ 2 *****

รูปภาพ
ตอนที่ 1 ได้เกริ่นนำไปบ้างแล้วถึงแน วทาง วันนี้ต่อตอนที่ 2 กันเลย เช้านี้อากาศกำลังเย็นๆ มาโม้ต่อกันอีก เรื่อง พุทธศาสนา 5,000 ปี โม้ถึงไหนแล้วหนอ…หุหุหุ เรื่อง ศาสนา 5,000 ปี นี้ หากค้นลงไปในพระไตรปิฏก  เราจะไม่เจอคำกล่าวตรัส จากองค์พระพุทธชินสีห์ พระพุทธองค์ท่านไม่ได้กล่าว กับผู้ใด กับใคร ณ. ที่ไหน หรือเมืองใด เราค้นให้ตายก็หาไม่เจอ เพราะที่เหล่าท่านมหาเปรียญ ค้นหากัน แม้จะเป็นตำราอื่นที่ไม่ใช่ พระไตรปิฏก ที่ค้นนำมา เพื่อประกอบหลักฐาน ต่างก็เกิดจากอรรถาจารย์ กล่าวอ้างลอยๆ ขึ้นมาทั้งสิ้น แต่เมื่อได้รับการอธิฐานจิต  กลับได้รับคำตอบแห่งเหตุที่ มา และหลักฐานสนับสนุน อย่างไม่น่าเชื่อ เหตุของที่มาของคำว่า พุทธศาสนา 5,000 ปี มันเริ่มจากจุดตรงนี้ครับพี ่น้อง หึหึหึ ในสมัยหนึ่ง.. เมื่อพระนาง ปชาบดีโคตมี ได้นำเหล่าผู้ติดตาม 500 คน โกนหัวเพื่อขอบวช แต่พระพุทธองค์ ไม่ทรงอนุญาติ พระอานนท์เจ้า จึงได้สอบถามถึงสาเหตุ ว่าเป็นเพราเหตุใด พระอานนท์ถามว่า ผู้หญิง ปฏิบัติธรรมไม่ได้หรือ พระพุทธองค์ ทรงตรัสว่า ปฏิบัติได้ แล้วผู้หญิงบรรลุธรรมไม่ได้ หรือ พระพุทธองค์ ทรงตรัส...

***** จริงหรือ…พุทธศาสนามี 5,000 ปี ตอนที่ 1 *****

รูปภาพ
เรื่องนี้ได้พูดคุยถามตอบกั นในเฟส จึงได้หยิบยกขึ้นมา อีกครั้งเพราะบางคนยังไม่ได ้อ่าน เพราะในคอมเม้นท์มี 2,000 กว่าข้อความ จึงยกมาเฉพาะเรื่อง มาอ่านดูกัน พระอาจารย์ : อยากฟังเรื่องอะไรอีก ก็ถามมา หากโม้ได้ก็จะโม้ให้ฟังนะจ๊ ะ..คึคึ ศิษย์ : อายุของพระศาสนา 5,000 พันปีครับ พระอาจารย์ : หึหึ เรื่องพุทธศาสนา 5,000 ปีนี้ ถ้าข้าพูดก็จะขวางลำคนรู้คน จำกันมาอีก คึคึ เพราะสิ่งที่ข้ารู้มา มันแหกกฏของ 5,000 ปี ให้ท่านที่มั่นใจว่าพุทธมี 5,000 ปี เอาหลักฐานมาโชว์ก่อน ว่าทำไมถึงได้เข้าใจและมั่น ใจ ว่าพุทธศาสนามี 5,000 ปี ศิษย์ : ส่วนตัวผมไม่เชื่อว่า พุทธ จะมีอายุแค่ 5,000 ปีครับ ผมเข้าใจว่าเขาโม้ และสรุปกันไปเอง คือมีคำที่มาจากตำราเขียนไว ้ ..เช่น ..โลกจะไม่ว่างจากพระอรหันต ์..แค่ประโยคเดียวนี้มันก็แ ย้งแล้วครับ ว่าอายุพระศาสนาจะมีแค่ 5,000 ได้ยังไง..ในเมื่อคนที่มีบุ ญ มีบารมี หรือ มีบาป นั้นมันตายและ เกิดกันอยู่ตลอดเวลา ศิษย์ : ผมก็ไม่เชื่อ .ด้วยว่าอยู่ที่เหตุ .ปัจจัยแต่ละกาลจะเป็นไป หากขาดผู้เจริญมรรคองค์แปดแ ล้วพุทธจะดำรงค์ได้อย่างไร. ..ขอรับ.หุ.หุ. พระอาจารย์ : ดีละ.....

***** เหตุที่เข้าไม่ถึงธรรม เพราะขวางด้วยอัตตา *****

รูปภาพ
อันว่าธรรมนั้นคือธรรมดา ความเป็นธรรมดานี้ ไร้เจ้าของ ไร้ผู้ยึดครอง ไร้ตัวตน มันเป็นธรรมดาของสิ่งหนึ่ง ที่อาศัยเหตุปัจจัยเกิด การที่มีเราเข้าไปรู้ธรรม เป็นเจ้าของธรรม เป็นผู้ยึดธรรม และมีตัวตนแห่งความเป็นธรรมนี่ เป็นธรรมแห่งการปรุงแต่ง เป็นธรรมอีกชั้นอีกกาลหนึ่ง ที่เป็นสิ่งหนึ่งของธรรมดาในการปรุงแต่งแห่งโปรแกรมจิต เพื่อเข้าถึงความเป็นธรรมดา เนื่องด้วยอำนาจของอวิชา ที่เกิดมาจาก ” ผัสสะ ” หากย้อนไปแรกเริ่มต้นแห่งวิถีธรรม ด้วยวิปัสนาญาน ผู้เข้าถึงความเป็นปฏิภาณ จะเข้าใจและประจักษ์แจ้ง ในความจริงที่ว่า ธรรมทั้งหลายเกิดจากผัสสะ สรรพสิ่งย่อมมีเหตุเสมอ เหตุนี้ ก็ย่อมมีผลเสมอ นี่..ธรรมทั้งหลายมันอาศัยเหตุปัจจัยเรียงร้อยกันมาเช่นนี้ และนี่เป็นธรรมดาแห่งธรรม ที่มันเป็นธรรมดาของมันเช่นนี้ เมื่อมีเราเข้าไปปรุงแต่งธรรม ธรรมแห่งการปรุงแต่งก็ย่อมมีเจ้าของ แต่ความมีเจ้าของนั้น เกิดจากเราเป็น ไม่ใช่ธรรมแห่งสรรพสิ่งมันเป็น ธรรมทั้งหลาย มันก็ยังคงอาศัยเหตุปัจจัย ด้วยความเป็นธรรมดาของมันเช่นนั้นแหละ เป็นเพียงแต่เจ้าของ เอาตัวตนไปแสดงความเป็นเหตุปัจจัยแห่งธรรมดาของความเป็นเหตุ...