บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก ตุลาคม, 2018

***** ยึดศีล…ก็ทุกข์ ท่อนที่ 1 *****

รูปภาพ
>> ลูกศิษย์ 1 : กราบนมัสการ พระอาจารย์ ครับ เช้านี้ กำลัง กระหายธรรม เปิดเฟส มาเจอ ธรรมะของพระอาจารย์ รู้สึก ดีใจ นี่ เขาเรียก ปิติ หรือเปล่าครับ หรือ แค่ ความชอบ อะครับ สาธุ สาธุ สาธุ     << พระอาจารย์ : คนดี มั้ง นะ….. เรียกว่าปิติจิตก็ได้ มันอาศัย ศรัทธาธรรมเป็นเหตุ นี่แสดงว่า นรกห่างใจหากรักษา อารมณ์เช่นนี้ไว้ เป็นเสบียง เพราะความปิตินี้ ให้เอาสติปัญญาเข้าไปตรอง ให้เกิดกำลังแห่ง ความละอายชั่วกลัวบาป ใจดวงนี้ ก็จะมีใจที่มีศีลวิมุติได้ ใครมีศีลวิมุติ ได้ชื่อว่า เป็นพระผู้ประเสริฐ ปิดอบายภูมิได้แน่นอน.. >> ลูกศิษย์ : ขอกราบนมัสการครับ…ผมของท วงเทศน์นาเรื่องการดื่มในศี ลข้อ๕ ครับผม…ถ้าไม่เป็นการรบกว นพระคุณเจ้า..ครับ.. << พระอาจารย์ : Meena Mana นึกว่ามันจะลืมไปแล้วซะอีก เมื่อวานยังพูดๆ เรื่องนี้กันอยู่ ข้านี้มันเป็นหนี้คนเยอะ ต้องตามชดใช้กันขี้แหกเหมือ นกัน เรื่องการดื่มสุราในศีลข้อ 5 นี้ ต้องสาวไปที่เหตุก่อน ใครจะว่าไรก็ช่าง ข้าว่ากันตามป่าๆ ที่รู้เห็นละ สมัยก่อน ข้อศีลเหล่านี้ คือ ศีล 5 ศีล 8 ศีล 10 ศีล 227 ศีล 311 ข้...

***** จิตเป็นเหตุ…ใจจึงมี *****

รูปภาพ
หวัดดียามเที่ยง พอจะว่างจากงานนิดหน่อย ตอนนี้กำลังขัดไม้กันอยู่ มีคำถามจากท่านมหา จะว่าถามก็ไม่เชิง คือท่านปรารภขึ้นมาว่า ข้าเคยกล่าวชี้มานานแล้วว่า.. ” สิ่งใดที่ผัสสะแล้ว ใจไม่สะดุ้งสะเทือน นี่เป็นอาการที่เรียกว่า จิต ส่วนสิ่งใดที่ผัสสะแล้วสะดุ ้งสะเทือน เป็นอาการของใจ ” ทีนี้ จิตกับใจนี้ มันก็เป็นกล้วยเคลือเดียวกั น มันก็แยกเคลือแยกกล้วยแยกหว ีกันลำบาก เคลือก็คือกล้วย ทั้งหมด หวีก็คือกล้วยที่อยู่ในเคลื อ พูดง่ายๆ เคลือก็คือจิต หวีก็คือใจ >> หากเคลือเป็น ใจ << ต้นกล้วยก็คือ จิต >> หากต้นกล้วยเป็น ใจ << ดินที่ให้ผลเป็นต้นกล้วยก็ค ือ จิต >> หากดินเป็น ใจ << โลกนี้ก็เป็น จิต นี่..มันอาศัยกันมาอย่างนี้  สิ่งหนึ่งมี สิ่งหนึ่งก็มี แต่ในมี มันอาศัยเหตุและปัจจัยเป็นอ งค์ประกอบ ทะเลที่มีคลื่นซาดซัด เกิดจากเหตุปัจจัย คือลมและแรงสั่นสะเทือนของแ ผ่นดิน ลมก็มีเหตุปัจจัยของความร้อ นเย็น คือเตโช เตโชนี้ก็คือ อุณหภูมิ ไม่ใช่กองไฟที่เราเห็น ความร้อนจากกองไฟนั้น เรียกว่าเตโช คือ อุณหภูมิ ส่วนกองไฟหรือไฟที่ใช้ตาเห็ น เรียกว่า...

***** เส้นทางพระโสดาบัน ท่อนที่ 7 *****

รูปภาพ
เส้นทางแห่งใจเป็นศีลที่เรียกว่า พระโสดาบัน เรามาฟังกัน สมัยโบราณ ทุกศาสนาต่างก็มีข้อระเบียบวินัยในการประพฤติพรหมจรรย์ เพื่อให้อยู่ในกรอบแห่งความดี เช่น จะไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่โกหก ไม่เป็นชู้ลูกเมียใคร ไม่นอนบนเครื่องลาดเครื่องปรุงสบาย ไม่ละเล่น ไม่ใช้เครื่องหอมปรุงแต่ง และอะไรต่ออะไรอีกมากมาย บ้างก็กินอาหารมื้อเดียวบ้าง สองวันมื้อบ้าง สามวันมื้อบ้าง ตามความแข็งแรงแห่งกำลังใจ นี่..สิ่งเหล่านี้มันเป็นคอกกั้นเป็นวินัยกั้นใจไม่ให้ออกนอกคอก ของทุกศาสนาอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่า ศีลห้าข้อนี่ มันจะเป็นของชาวพุทธอย่างที่เราเข้าใจ ศีลห้าข้อนี่ไม่ได้ทำให้ใจมันเป็นพระโสดาบันขึ้นมาได้ แต่พระโสดาบัน อาศัยศีลห้าข้อนี้เป็นเครื่องอยู่ได้ ข้อศีลเหล่านี้ มันเป็น “สมมุติศีล” มันไม่ใช่ “วิมุติศีล” มันเป็นศีลสมมุติของผู้ประพฤติพรหมจรรย์ของคนทั้งโลกอยู่แล้ว ศีลเหล่านี้ มันเป็นศีลที่สมมุติขึ้นมาด้วยตัวตน ที่ทำขึ้นมา บัญญัติขึ้นมา เพื่อเป็นที่ตั้งให้ใจเจ้าของ เป็นคนดี แต่ความหมายแห่งพุทธ ไม่ใช่การมีศีลอย่างนี้ ศีลของชาวพุทธิ มันเป็นศีลอย่างมีเหตุมีผล ไม่ใช่ศีลอย่างงมงาย ที่ไม...

***** เส้นทางพระโสดาบัน ท่อนที่ 6 *****

รูปภาพ
หากย้อนไปในอดีต ที่เหล่าท่านทั้งหลาย ที่ตำราบอกว่าบรรลุพระโสดาบัน จะเห็นว่า ไม่มีใคร ต้องเจริญทางมรรคแปด ต้องเจริญฌานสิบหก ต้องนั่งสมาธิ ต้องเดินจงกรม ต้องได้ฌานได้ญาน นั่นนี่โน่นเลยซักคน จะเป็นโจร จะเป็นกระหรี่ จะเป็นชาวบ้าน จะเป็นชาวนา ชาวสวน พระราชา หรือแม้แต่นักบวชนอกศาสนา ที่ไม่เคยเรียกตัวเองว่าพุทธ เมื่อได้ยินได้ฟังความจริงอันเป็นเหตุเป็นผล ต่างก็เข้าใจและตามรู้ได้ ว่าเพราะสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี นี่เป็นกฏธรรมดาของโลก ไม่ได้เกิดจากใครบันดาลหรือเป็นแค่ผลไม่มีการเปลี่ยนแปลง ความงมงายในสรรพสิ่ง ที่ยึด ที่สงสัย ที่งมงาย มันก็จางคลายลง การยึดมั่นในวัตถุบุคลในสรรพสิ่งนี่ มันเป็น ..สักกายทิฏฐิ การลังเลสงสัยในสิ่งต่างๆไม่คลี่คลายเด่นชัดนี่ มันเป็น ..วิจิกิจฉา การงมงายโดยไร้ปัญญารู้เห็นตรงตามความเป็นจริงนี่ มันเป็น ..สีลพตปรามาส คนเราพอเข้าใจเหตุเข้าใจผล มันก็รู้แจ้งขึ้น สว่างขึ้น เครื่องร้อยรัดรึงใจของสิ่งเหล่านี้ในเหตุ สามประการมันก็ ทุเลา เบาบาง จางคลายลง ตามกำลังและปัญญาที่เจ้าของมี นี่..เป็นผู้เข้าถึงความเป็นจริง ที่เรียกว่าเป็นผู้ตัดสังโยชน์อันเป็นเคร...

***** เส้นทางพระโสดาบัน ท่อนที่ 5 *****

รูปภาพ
ธรรมที่มันประเทืองปัญญา ฟังง่าย ตามรู้ง่าย เข้าใจง่าย ธรรมที่จำคำเขามา ใครมันก็อ่านก็เห็นกันได้ คุณธรรมไม่ได้วัดจากจำมามาก หรือจำพระสูตรกันได้ แล้วบอกว่านี่คือธรรม โง่ตายเลย อวดภาษาธรรมที่ไปลอกเขามา แล้วนำมาแปะโชว์ ว่านี่ มันต้องเป็นงั้นงี้ ตามเจ้าของคิด อย่างนี้ นักธรรมผู้แก่เรียน ก็คงเป็นอริยะสงฆ์กันหมดทุกรูป ในธรรมจักรกัปปะวัตนสูตร อันเป็นปฐมเทศนา ท่านได้กล่าวเรื่องธรรมอันเป็นส่วนของชาวบ้าน ที่สมณพราหมณ์ ไม่ควรเข้าไปซ้องเสพ คือ กามสุขัลลิกานุโยโค กับ อัตถกิลมถานุโยโค อัตถกิลมถานุโยค กับ กามสุขัลนุโยค นี่ เป็นธรรมดาของชาวบ้านที่เขาเป็นกัน ที่เป็นธรรมของชาวบ้าน หากแปลกันตรงๆก็คือ ความถูกใจกับไม่ถูกใจนี่แหละ เอาภาษาเราเข้าใจง่ายๆ อะไรที่มันถูกใจ นี่มันก็ไหลไปตามกระแสกาม นี่เป็น กามสุขฯ อะไรที่มันไม่ถูกใจ มันก็ผลักใส ไม่เอา ไม่ต้องการ นี่เป็น อัตถฯ มันเป็นสมุทัยทั้งคู่ ผลก็คือทุกข์ เหตุของสมุทัยก็คือ ตัณหาที่ผุดขึ้นมาไม่รู้จบจากใจเจ้าของนั่นแหละ เป็นเหตุ นี่..ความหมายของคำว่า กามสุขฯ กับ อัตถฯ มันอยู่เบื้องหน้าเราอย่างนี้ หากเรา ลด ละ เลิก ตัณหาที่...

***** เส้นทางพระโสดาบัน ท่อนที่ 4 *****

รูปภาพ
ขอสาธุโมทนาให้มีดวงตาเห็นธรรมกันทุกคน คำว่าดวงตาเห็นธรรมนี่ มันเป็นเรื่องของปัญญา ไม่ใช่เอาลูกกะตาไปเห็น การมีดวงตาเห็นธรรม แค่ได้ฟังหรือได้อ่าน แม้กระทั่งตามคำบอกเล่า นี่..ก็มีดวงตาเห็นธรรมได้ พระโมคลา ไม่ได้ฟังธรรมจากพระองค์ไหนซะหน่อย แค่เพื่อนมาบอกว่า นี่..ความจริงมันเป็นอย่างนี้ แค่ฟังเพื่อนคือพระสารีบุตรเล่า ท่านก็มีดวงตาเห็นธรรม แม้แต่นางทาสีหลังคล่อม ไปฟังธรรมจากพระพุทธองค์มา เมื่อนำมาบอกกล่าว สาธยาย เหล่าเจ้านายและคนรับใช้อื่นๆ ก็ยังมีดวงตาเห็นธรรม นี่..ตรงนี้น่ะเข้าใจใหม ว่าการมีดวงตาเห็นธรรม มันไม่ใช่ว่ากันเป็นขั้นๆ ฝึกยากๆทำยากๆอย่างพวกบ้าอภิธรรมมันชี้มา ศาสนาพุทธเป็นศาสนาแห่งปัญญา เมื่อมีดวงตาเห็นธรรม คือเห็นความเป็นจริงที่แย้งไม่ได้ มันก็เป็นมนุษย์ที่มีเหตุมีผล พุทธมหายานที่เป็นเซน เอาเซนแบบเนื้อแท้ เขาก็ใช้หลักการสาวผลไปหาเหตุ ไม่ได้แช่ความคิดอยู่แค่ผล หลักสัจธรรมมันเป็นของมันอย่างนี้ เมื่อใจมันลงปลงได้ว่า ทุกอย่างในสรรพสิ่งล้วนมาจากเหตุ การจะทำอะไร ก็ย่อมต้องมีสติพิจารณา ใช่ว่า ทุกอย่างต้องไหลไปตามกระแสแห่งตัณหา ที่ผุดจากใจขึ้นมาโ...