ทำบุญมากมาย…..แต่ตกนรก ตอน 2
..นางมัลลิกา ได้สร้างบุญกุศลในพุทธศาสนา เป็นจำนวนมาก หาผู้ใดมากระทำเทียบเท่าได้ ยาก ความดีที่ทำนี้ นางมัลลิกามั่นใจว่าเธอเป็น ผู้มีบุญกุศลมากมายมหาศาล
เพราะได้ทำทานอันยิ่งใหญ่ กับพระพุทธองค์เจ้าพร้อมสาว กจำนวนมาก ไม่มีกุศลใดจะยิ่งใหญ่เท่าท านที่นางได้กระทำในชีวิตนี้ อีกแล้ว
นางมัลลิกาเทวี มีหมาที่อยู่แนบสนิทชิดใกล้ อยู่ตัวหนึ่ง เป็นหมาเพศผู้ตัวเล็กๆ แต่ที่เขาแปลกันเขาไม่ได้ระ บุว่าหมาตัวขนาดไหน
นางมัลลิกาเทวี มีหมาที่อยู่แนบสนิทชิดใกล้
..วันหนึ่ง นางมัลลิกาเทวี ได้ลงไปเดินเล่นในวนอุทยานพ ร้อมหมาน้อยตัวนั้น และคิดว่าคงมีนางทาสีคนรับใ ช้ติดตามไปด้วย เพื่อคอยรับใช้ใกล้ชิด ตามธรรมดาของความเป็นพระมเห สีของกษัตริย์
นางมัลลิกาเทวีได้เดินไปที่ สระน้ำ และได้ก้มลงกวักน้ำล้างหน้า โบราณเขาแปลมาว่า เจ้าหมานั้น เดินไปด้านหลัง แล้วยกขากระเด้าซอยยิ๊กๆ ที่ตูดนางมัลลิกา และนางมัลลิกาก็มีความยินดี ยอมให้เจ้าหมานั้นกระเด้าตู ด
เรื่องทั้งเรื่อง คนรุ่นหลังเขาก็เลยพากันเข้ าใจกันว่า นางมัลลิกาพอใจที่โดนหมามัน เอา พวกนักแปลบาลีต่างก็พากันเช ื่อกันว่าเป็นเช่นนี้
..ข้าขอแก้ให้หน่อย มันเป็นไปไม่ได้ที่นางมัลลิ กา จะยอมให้หมากระทำเช่นนั้นต่ อหน้าธารกำนัล คนใช้น้อยใหญ่ที่ติดตาม และหมานั้นเป็นแค่หมาพันธุ์ เล็กๆ ที่เขานิยมเลี้ยงไว้ตามวังข องพวกผู้หญิง
เรื่องทั้งเรื่องเจ้าหมานั้ นคงมากระเด้าขา เป็นธรรมชาติของหมาพันธุ์เล ็ก เมื่อเลี้ยงดูจนสนิทชิดใกล้ จะแสดงอาการเช่นนี้ออกมา ข้าเองก็เคยโดน เลยปล่อยให้มันเย๊ดขาซะให้เ ข็ด
แต่หมาข้า มันไม่เคยเข็ด เผลอเมื่อไหร่ มันเป็นเข้ามาโอบขาเย๊ดซอยย ิ๊กๆ ทุกที ด้วยความรักก็เลยปล่อยๆ มันตามสบาย ไม่คิดอะไร
นางมัลลิกาก็คงโดนหมามากระเ ด้าขาด้วยเหมือนกัน และคิดว่าด้วยความรัก และความเป็นกันเอง เอ็นดูมันด้วยความน่ารัก จึงยืนให้หมามันกระเด้าเล่น ไปอย่างนั้น
แต่เหตุไม่จบแค่นั้น เพราะพระเจ้าปเสนทิโกศล ได้ยืนอยู่ที่ปราสาทและได้ม องเห็นการกระทำครั้งนี้ พระองค์ทรงโกรธและตำหนิมาก จึงเรียกนางมัลลิกาเทวีไปดุ ด่าต่อว่า…
..เมื่อนางมัลลิกาโดนพระเจ้ าปเสนทิโกศลเรียกมาตำหนิเช่ นนี้ ว่าการปล่อยให้หมามากระทำกร ิยาเช่นนี้ เป็นการไม่ควร
เราเป็นถึงชายาเจ้าฟ้าเจ้าแ ผ่นดิน ปล่อยให้สัตว์เลี้ยงที่ต่ำต ้อยแสดงกริยาต่ำๆ ออกมา แล้วไม่ห้ามปราม
ไม่ยอมให้มันหยุดการกระทำ ต่อหน้าธารกำนัล ไร้ที่กำบังเปิดเผยโล่งแจ้ง ไม่อายฟ้าดิน ดูหมามันกระทำเป็นเรื่องสนุ กสนาน ไม่สมภูมิการเป็นมเหสี ราชินีผู้สูงศักดิ์เลย เป็นเรื่องที่น่าอับอายมากๆ
นางมัลลิกาตกใจและรู้สึกผิด เป็นอย่างยิ่ง ที่การกระทำอันดูแล้วน่าขำ และสนุกสนานของสัตว์ที่กระท ำกับนาง ไม่คิดว่าพระราชาจะทรงเห็น ไม่คิดว่าพระราชา จะทรงพิโรธเกี้ยวกาจขนาดนี้
นางมัลลิกาคิดว่าเป็นเรื่อง ของความรัก ความน่าเอ็นดู ความไม่รู้และดูเป็นความสุข ของสัตว์เลี้ยงที่นางรัก ไม่ได้คิดไกลไปถึงความไม่เห มาะไม่ควรอะไรเลย
แต่เพราะความตกใจกลัว และไม่คิดว่าสิ่งเหล่านี้ พระราชาทรงเห็นและทรงไม่พอพ ระทัยขนาดนี้ จึงแอบโกหกเลี่ยงๆ เพื่อให้ตัวเองพ้นผิด เพื่อให้พระราชาทรงไว้วางใจ ว่านางเอง ไม่ได้ทรงกระทำอย่างที่พระร าชาทรงเห็น
..นางกล่าวว่า ที่พระราชาทรงเห็นการกระทำเ ช่นนั้นนั้น เกิดจากภาพลวงตา เป็นมายาของสถานที่ ที่เกิดขึ้นมา
ไม่ว่าใครก็ตามหากมองมายังว นอุทยาน ในบางมุม เหล่าวิญญานและรุกขเทวดา อาจดลบันดาลให้เห็นเป็นอย่า งอื่น และพระนางเองจะยอมให้เกิดกา รกระทำเช่นนี้ ต่อหน้าสาธารณธารกำนัล คงเป็นไปไม่ได้
นี่.. คงเกิดจากภาพลวงตา อันเป็นมายาโดยแน่แท้ พระเจ้าปเสนทิโกศลเมื่อได้ฟ ังความก็ตรองดู มันก็มีเหตุผล
เพราะนางมัลลิกาเองก็เป็นคน ใจบุญสุนทาน เป็นชายาที่ใจดี เรียบร้อย มารยาทก็ดีงาม หากจะกระทำอะไรที่เป็นเรื่อ งเลวทราม มันก็คงกระไรอยู่
รึ.. มันเป็นมายาภาพลวงตาจริงๆ นางมัลลิกา เป็นหญิงฉลาด เห็นท่าทางการครุ่นคิดของพร ะราชา ก็คิดว่า ตนคงจะผ่านพ้นความผิดจากการ โดนเพ่งโทษในคราวครั้งนี้แน ่ จึงบอกให้พระราชาลองเสด็จดำ เนินเข้าไปดู
..พระเจ้าปเสนทิโกศล เป็นพระราชาอ้วนๆ ที่ไม่ค่อยจะฉลาดซักเท่าไหร ่ จึงลองเสด็จดำเนินไป นางมัลลิกาบอกธารกำนัลให้เง ียบ ไม่ว่านางจะว่ายังไง ก็ขอให้เห็นว่าตามนางไปอย่า งนั้น
เพราะการกระทำของหมาที่พวกเ ราเห็นเป็นความสนุกสนาน พระราชาไม่สนุกสนานด้วย เภทภัยจะมาถึงพวกเราได้ ความไว้วางใจ ความรักจากพระราชาจะสูญหายไ ป เพราะดูว่าสิ่งที่พวกเราทำ ด้วยความรักและเอ็นดู เป็นสิ่งที่ไม่ควร
..เมื่อพระเจ้าปเสนทิโกศลเส ด็จกลับมา นางมัลลิกาก็เข้าไปต่อว่าด้ วยความน้อยใจ ว่าพระราชาทำไมถึงได้เข้าไป สมสู่กับนางแพะ
ผู้หญิงนางกำนัลมีเยอะแยะ ทำไมไม่เอา เป็นถึงพระราชา แต่มีจิตใจต่ำช้าสมสู่กับสั ตว์ ซึ่งเป็นแค่แพะเหม็นๆ ตัวเมียสกปรกๆ มันช่างน่าอายนัก…!!!
พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงปฏิเสธ ว่าไม่เป็นความจริง พระองค์ไม่ได้ทรงกระทำเช่นน ั้น แต่นางมัลลิกาก็ทรงยืนยัน ว่านางเองได้มองเห็นกับตา และเหล่านางข้าทาสรับใช้ในน ี้ก็เห็น
พระองค์จะทรงปฏิเสธได้อย่าง ไร เมื่อพระราชาเห็นทุกคนก้มหน ้าพยักหน้า ก็ทรงเชื่อว่า สงสัยเกิดจากภาพมายา ที่พลังงานบางอย่างดลบันดาล ให้เห็นจริงๆ
จึงประกาศออกไปว่า พระองค์เองไม่ได้กระทำการอั นต่ำช้า โดยการสมสู่กับนางแพะเช่นนั้น อย่างที่พวกนางเห็น เพราะทหารและคนตามเสด็จ ย่อมเป็นพยานได้ นี่คงเห็นเป็นมายาภาพกันจริ งๆ อย่างที่พระองค์ทรงเห็นหมาม ันกระเด้าขา มเหสีของตน
และมเหสีของตนก็ยอมให้หมามั นกระทำ ด้วยความยินดี เรื่องก็เลยจบลงด้วยความเข้ าใจผิดของแต่ละฝ่าย ที่ต่างฝ่ายก็ต่างเห็นและต่ างคิดกันไปเอง นางมัลลิกาก็เลยรอดพ้นจากกา รโดนพระราชาตำหนิ
..แต่ปัญหาไม่ได้จบลงแค่นั้ น แม้ความผิดจากการเพ่งโทษจาก พระราชาจะหายไป แต่นางมัลลิกากลับทุกข์ใจ ที่ตัวเองนั้นได้โกหกพระสวา มี
เพราะมันรู้อยู่เต็มอก มันเป็นการพลั้งเผลอที่ไม่น ่าจะให้อภัย นี่ถ้านางยอมรับและบอกความจ ริงไป ว่านางไม่ได้คิดว่าการกระทำ ของหมานั้น จะเป็นเรื่องเสื่อมเสียในสา ยตาของพระราชา เรื่องทั้งหลายเหล่านี้ก็คง จบ
แต่นี่นางไม่ยอมรับ เพราะความรักพระสวามี ไม่อยากให้พระสวามีเสียใจ ผิดหวัง ที่นางไม่สำรวมระวัง ปล่อยให้ความรักความเอ็นดูข องหมา มาทำลายการกระทำที่ไม่งาม ไม่เหมาะสม ในสายตาของพระราชา
ความทุกข์ทั้งหลายก็พึงบังเ กิด มันกลายเป็นไฟเผาลนใจให้นาง ต้องทุรนทุราย ไม่กล้าแม้จะออกมาทำบุญทำทา นกับพระพุทธองค์เจ้า
ด้วยกลัวว่า พระพุทธองค์เจ้า จะทรงรู้ความจริงในสิ่งที่น างกระทำลงไป ความผิดที่ไม่เจตนาในครั้งน ี้ ด้วยความที่เป็นคนดี เป็นคนใจบุญ ทำให้นางมัลลิกานึกรังเกียจ ตัวเองเป็นอย่างยิ่ง
จึงล้มป่วยลง และตรอมใจตาย หลังจากเกิดเหตุแค่ 3 วัน พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงเสียพร ะทัยเป็นยิ่งนัก ที่มเหสีอันเป็นที่รัก มาตายลาจาก
..นางมัลลิกาตายไป ดวงวิญญานดิ่งไปสู่นรกก่อน ไม่ได้ไปสู่สวรรค์ดั่งที่ใค รคิด ทั้งๆ ที่ทำบุญมาอย่างมหาศาล
แต่บุญนั้นช่วยอะไรไม่ได้เล ย นางต้องไปเสวยกรรมในนรกก่อน ไปเสวยเพราะใจอยู่ในฟากอกุศ ล เพราะการโกหกพระสวามีแค่เรื ่องเล็กน้อย เพราะความกลัวเสียภาพพจน์แท ้ๆ
นางมัลลิกาต้องไปเสวยกรรมใน นรกอยู่ 7 วัน จึงผ่านพ้นกรรม ขึ้นไปจุติสู่สวรรค์ ตามบุญกุศลที่ได้กระทำมา
เรื่องนี้เราจะเห็นว่า การกระทำความดีที่เรียกว่าท าน อันเป็นวัตถุทานทั้งหลายทั้ งปวง ยังไม่ช่วยให้เราพ้นนรกได้ หากเรายังไม่ได้รับการอบรมจ ิตให้ดีพอ
อะไรคือการอบรมจิตให้จิตดวงนี้ผ่านพ้นนรกไปได้ นั่นก็คือ… การฝึกอบรมสติ สตินี่แหละ คือตัวปัญญา ปัญญาคือสติที่มันระลึกได้ ว่าอะไรเป็นอะไร เกิดจากการพิจารณา การพิจารณาให้เกิดปัญญาได้ มาจากศรัทธาที่ได้รับฟังธรรมมาจากสัตบุรุษ การฝึกอบรมจิต จากการฟังธรรมจากสัตบุรุษ จะทำให้เกิดมีดวงตาเห็นธรรม คือ รู้ตรงตามความเป็นจริงตามธรรมดาที่มีที่เป็นของธรรม ชาติ ไม่ใช่ทึกทักหรือคิดเอา อย่างที่เราเข้าใจ
ธรรมเหล่านี้เราค่อยว่ากัน วันนี้คงพอก่อน เรื่องนางมัลลิกาข้าก็เล่าใ ห้ฟังตามสัญญาแล้ว โอเค..เป็นอันว่า เราไม่ค้างคากันแล้ว สวัสดี..!!
พระธรรมเทศนา ….ท่อนที่ 3 ณ วันที่ 25 สิงหาคม 2556 โดย พระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
แนวทางปฏิบัติ
1 แชร์ = 1 ธรรมทาน แชร์เยอะๆได้บุญจ้า




ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น